protex

สร้างภูมิสะอาด...สู้ฝน สู้หวัด

หน้าฝนนี้คุณดูแลสุขอนามัยดีพอแล้วหรือยัง?

โรคหวัดกับฤดูฝน

เข้าหน้าฝนแล้ว ปัญหาสุขภาพที่ตามมาของฤดูนี้ คือโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็มีโอกาสเป็นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ สาเหตุของไข้หวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยติดต่อกันทางน้ำมูก น้ำลาย จากการไอ จาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอยู่ในที่แออัด เช่น สถานเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ในเด็กเล็กและคนสูงอายุ อาจติดหวัดได้ง่าย และมีอาการรุนแรงกว่าในช่วงอายุอื่น

เราสามารถหลบหลีกจากโรคหวัด ด้วยการหมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ ในช่วงหน้าฝน การจัดสิ่งแวดล้อมในบ้านที่อยู่อาศัยให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงในบริเวณที่มีคนอยู่หนาแน่น มีการออกกำลังกายที่เหมาะสม กับอาหารครบ 5 หมู่ รวมทั้งดื่มน้ำสะอาดก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดโอกาสการติดเชื้อลงได้

ประสิทธิภาพของสบู่ผสมสารแอนตี้แบคทีเรีย ในการลดปริมาณของเชื้อที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่

\"\"

โรคไข้หวัด

ไข้หวัด คืออาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่อยู่ในบริเวณจมูก

(1)ไวรัสไรโน่ (Rhinoviruses) เป็นหนึ่งในไวรัสที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดไข้หวัด (2)มีการแสดงให้เห็นว่าไวรัสนี้สามารถดำรงชีวิตรอดได้บนมือเราอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และอาการติดเชื้อนี้สามารถส่งผ่านได้ด้วยเพียงแค่สัมผัสบริเวณที่มีเชื้ออยู่(4)การล้างมือสามารถลดปริมาณเชื้อไวรัสหวัดจากมือและนิ้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สัมผัสผู้ป่วยที่เป็นหวัด หรือสิ่งของและพื้นผิวที่อาจมีเชื้อโรคนี้ปนเปื้อนอยู่

ผลการทดสอบทางคลินิกเพื่อวัดความสามารถของสบู่ที่ผสมสารแอนตี้แบคทีเรียในการลดปริมาณเชื้อไวรัสไรโน่ (Rhinoviruses Type 14) บนผิวโดยวิธี figerpad Method ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานของ ASTM International(5) ผู้ทดสอบทำการล้างมือด้วยสบู่ที่ไม่มีสารฆ่าเชื้อโรค(non-germicidal) หลังจากนั้นทำมือให้แห้งและเช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์ จากนั้นนำ ไวรัสไรโน่จำนวนหนึ่งทาลงบนนิ้ว (Fingerpad) รอให้แห้ง นำมือที่แห้งและมีเชื้อโรคนั้นล้างด้วยสบู่ที่ผสมสารแอนตี้แบคทีเรียหรือน้ำสะอาด  Sterile water (control)

\"\"

ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าการล้างมือด้วยสบู่ผสมสารแอนตี้แบคทีเรีย สามารถลดปริมาณไวรัสไรโน่ได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเที่ยบกับการล้างด้วยน้ำสะอาด สบู่ผสมสารแอนตี้แบคทีเรียประสิทธิภาพสูง ในการลดการสะสมของไวรัสไรโน่บนผิวได้มากกว่า 99% (6)

 

 

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza A H1N1)

\"สร้างภูมิสะอาด...สู้ฝน\"

ในปี 2009-2010 มีไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่แตกต่างจากเดิมอย่างมากเกิดขึ้น และแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยกลายเป็นไข้หวัดระบาดชนิดแรกที่เกิดขึ้นในรอบ 40 ปี ไวรัสนี้แพร่กระจายจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง แบบเดียวกับการแพร่เชื้อของไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่สันนิษฐานว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่นี้แพร่มาจากน้ำลายหรือน้ำมูกของผู้ป่วยเวลาไอหรือจาม หรือการพูดคุย ละอองน้ำเหล่านั้นอาจเกาะติดบนปาก จมูก ของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด หรืออาจถูกสูดเข้าไปสู่ปอดถือเป็นส่วนน้อยที่เราจะติดไข้หวัดใหญ่จากการสัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่มีไวรัสอยู่ และนำมาสัมผัสปากหรือจมูกตัวเอง อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อนี้ เราควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หากไม่มีสบู่และน้ำควรใช้แอลกอฮอลล์เจลเพื่อทำความสะอาดมือ (7)

\"\"

การทำงานของสบู่ที่ผสมผสานแอนตี้แบคทีเรียที่มีต่อเชื้อไวรัส H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 วัดผลด้วยการใช้ การทดสอบระยะเวลาในการกำจัดไวรัส (In-vitro time kill method) โดยเรานำเชื้อไวรัสและสบู่ผสมสารแอนตี้แบคทีเรียแบ่งเป็นส่วนเท่าๆ กัน และนำมาผสมกัน หลังจากนั้น 30 วินาที และ 60 วินาที นำส่วนผสมนั้นมาทำให้เป็นสภาพเป็นกลาง ทำให้เจือจาง นำใส่ถาด และเพาะเชื้อให้เติบโต ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า สบู่ผสมสารแอนตี้แบคทีเรีย มีประสิทธิภาพสูงในการลดปริมาณเชื้อไวรัส H1N1 ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดไข้หวัดใหญ่ 2009 (8) ได้ถึง 99.8%

 

โพรเทคส์สนับสนุนการล้างมือวันละ 5 ครั้ง

  • ก่อนทานข้าว
  • ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร
  • หลังเข้าห้องน้ำ
  • หลังจากไอ จาม หรือ สัมผัสกับสัตว์ หรือขยะสิ่งสกปรก
  • เมื่อสัมผัสผู้ป่วย

 

มาทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเราได้ที่ http://www.protex.co.th/products


รีวิว
x

รวมเคล็ดลับน่ารู้